28 กันยายน 2560
สพฐ.หนุนปฏิบัติการ “ประเทศไทยไร้ขยะ”


จากการเสวนา เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี “สู่การปฏิบัติการ ประเทศไทยไร้ขยะ” เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการจัดการขยะในสถานศึกษาสู่การปฏิบัติที่ยั่งยืน สู่ระดับภูมิภาคและขานรับนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สู่การปฏิบัติการ “ประเทศไทย ไร้ขยะ” ปักธงรุก 2560 “Set Zero Waste School” ที่ จัดโดยสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้

นายสันติ คงศิลป์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดท่ามะปราง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.) สระบุรี เขต 2 กล่าวว่า โรงเรียนเป็นองค์กรหนึ่งที่มีปัญหาเรื่องขยะ โดยสิ่งที่พบในโรงเรียนมากที่สุดคือ ถุงพลาสติก ถุงนม ซึ่งโรงเรียนตระหนักถึงปัญหานี้ จึงพยายามคิดหาวิธีจำกัดขยะเหล่านี้แบบไม่ต้องเสียเงิน จึงเกิดเป็นโครงการ “ขยะแลกไข่” คือ ให้นักเรียนนำขยะจากบ้าน ชุมชน หรือจากห้องเรียนมาล้างทำความสะอาด ตากให้แห้ง แล้วนำมาแลกไข่ โดยถุงแกง 20 ใบแลกไข่ได้ 1 ฟอง ซึ่งทางโรงเรียนจะรวบรวมขยะที่นักเรียนนำมาแลกไว้ เมื่อถึงสิ้นเดือนทุกเดือนจะมีคนมารับซื้อนำไปส่งโรงปูนสระบุรีเพื่อนำไปย่อยสลายต่อไป

“ต้องยอมรับว่า ทุกที่ ทุกชุมชน มีปัญหาเรื่องขยะกันมาก โดยเฉพาะขยะถุงพลาสติก แต่กลับไม่ค่อยมีใครเห็นคุณค่าของถุงพลาสติกที่ใช้แล้ว แต่ถ้าทุกคนมีความตระหนักร่วมมือกันอย่างจริงจัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ทำจริงโดยมีนักเรียนเป็นตัวขับเคลื่อน ขณะที่โรงเรียนก็จัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ ทำกันแบบยั่งยืน สร้างจิตสำนึก 3R ได้แก่ Reduce คือลดการใช้ Reuse คือการใช้ซ้ำ Recycle คือการนำกลับมาใช้ใหม่โดยผ่านกระบวนการแปรรูปให้แก่นักเรียน เชื่อได้ว่าขยะในทุกพื้นที่จะลดน้อยลง และจะไม่มีปัญหาตามมาแน่นอน เพราะฉะนั้นขอฝากถึงนักเรียนทุกคนให้ “ปฏิบัติต่อไปทำตามที่คุณครูชี้แนะและทำต่อไปเรื่อย ๆ ลดความมักง่าย ขยะก็จะลดลงได้” ผอ.สันติ กล่าว

ขณะที่ นางประภาภรณ์ ศรีแพทย์ รอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)สมุทรปราการ เขต 1 กล่าวว่า ในฐานะที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้องเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเขตพื้นที่ฯ ก็ต้องมีนโยบายที่ชัดเจน มีแผนและมีการติดตามประเมินผล และต้องสามารถแนะนำวิธีการที่จะสร้างจิตสำนึกให้แก่นักเรียนว่า ประเทศไทยไร้ขยะ ต้องเริ่มต้นจากนักเรียน โดยโรงเรียนก็ต้องมีวิธีการสร้างความเข้าใจกับนักเรียนเรื่องการลดปริมาณขยะ การคัดแยกขยะ การใช้ประโยชน์จากขยะ โดยทำให้เกิดเป็นนิสัยตั้งแต่อยู่ในโรงเรียน และสามารถนำไปเผยแพร่คนรอบข้าง เช่น คนในครอบครัว ญาติพี่น้อง และขยายผลต่อไปถึงชุมชน ซึ่งถ้าทำได้การจะไปให้ถึงเป้าหมายก็ไม่ใช่เรื่องยาก

นายวัชระ เติมวรรธนภัทร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ในฐานะผู้แทนการปกครองท้องถิ่น มองว่า ปัญหาของปริมาณขยะที่เพิ่มมากขึ้น เกิดจากทุกครอบครัว ซึ่งในส่วนของการบริหารการจำกัดขยะนั้น แต่ละท้องถิ่นก็มีการดูแลจัดการกันอยู่แล้ว ยกตัวอย่างในจังหวัดสมุทรปราการ สมัยก่อนใช้วิธีฝังกลบแต่ก็ยังไม่สามารถย่อยสลายขยะได้ในเวลาอันรวดเร็ว ปริมาณขยะยังเพิ่มมากขึ้นกองเป็นภูเขา และสะสมจนเกิดปัญหาเป็นมลภาวะ ดังนั้น วิธีการจัดการกับปัญหาทุกคนต้องร่วมมือกัน ต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ โดยเริ่มจากการลดปริมาณขยะ คัดแยกขยะใส่ตามถุงขยะที่กำหนดเป็นสีไว้ ซึ่งถ้าทำตาม 2 ข้อนี้ได้ขยะจะลดน้อยลงแน่นอน แต่ปัญหาคือปัจจุบันการคัดแยกขยะยังไม่ได้ผล โดยขยะที่เป็นปัญหามากที่สุด คือ ถุงพลาสติก

“การมีเวทีเสวนาเรื่องนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี มีส่วนสร้างคนให้รักสิ่งแวดล้อม เพราะคนที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยให้นโยบายประสบความสำเร็จได้ ก็คือนักเรียน ถ้านักเรียนเข้าใจและนำกลับไปใช้ที่บ้าน ก็จะเป็นการเริ่มต้นที่ดี ซึ่งจังหวัดสมุทรปราการได้นำร่องรับนโยบายจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ไปดำเนินการ โดยเริ่มกระตุ้นให้นักเรียนทุกคนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ต้องคัดแยกขยะ ทั้งนี้ก็ต้องได้รับความร่วมมือจากคนในชุมชน ในครัวเรือน ที่จะต้องบริหารจัดการขยะในครัวเรือนให้ถูกต้องด้วย เพราะฉะนั้นการจะลดปริมาณขยะได้ คือทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน” นายวัชระย้ำ

นางเตือนใจ เสกตะกูล ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ บอกว่า ปัญหาสำคัญที่สุดของชุมชนอันดับแรก คือ เรื่องยาเสพติด รองลงมาคือเรื่องสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะปัญหาขยะ ดังนั้น ในการพัฒนาชุมชนหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ อยากให้เด็กเป็นผู้นำ เป็นแบบอย่างที่ดีให้ชุมชน เพราะผู้ใหญ่แก้ยาก ที่ผ่านมาชุมชนพยามแก้ปัญหาหลายๆ เรื่อง แต่กว่าจะเห็นผลต้องใช้เวลานานกว่า 3 ปี จะเห็นการเปลี่ยนแปลในทางที่ดี เช่น ชุมชนสะอาดขึ้น เป็นต้น ดังนั้น ถ้าเด็กทุกคนได้รับการปลูกฝังที่ดีมีระเบียบวินัยก็จะสามารถเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับผู้ใหญ่ในชุมชนได้ เพราะฉะนั้นถ้าเรามีเยาวชนเป็นผู้นำ เป็นแบบอย่างให้ชุมชน การพัฒนาจะไปได้ดีและรวดเร็ว

ประเทศไทย จะไร้ขยะได้ ต้องเริ่มจากการปลุกจิตสำนึก สร้างความตระหนัก โดยเห็นสมควรยกให้นักเรียนเป็นหัวจักรขยายผลสู่ครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติ

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์บ้านเมือง


^ top




< back




E-SQUARE ENVIRONMENT & ENGINEERING CO., LTD.
16 Soi Ramkhamhaeng 81/1, Ramkhamhaeng Rd.,Huamak,Bangkok 10240 Thailand [view map]
Tel: 0-2374-0245-7 Fax: 0-2374-0248 e-mail: welcome_to@esquare-th.com

Copyright © 2005
esquare-th.com All Rights Reserved