13 กุมภาพันธ์ 2561
กรมควบคุมมลพิษ จัดอันดับ 10 ข่าวมลพิษในไทย ประจำปี 2560


เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2561 กรมควบคุมมลพิษ หรือ คพ.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)จัดอันดับ 10 ข่าวด้านมลพิษ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ในปี พ.ศ.2560 โดยพิจารณาจากระดับผลกระทบและความสนใจจากสื่อมวลชนและประชาชน ที่มีผลกระทบต่อวงกว้าง เป็นปรากฎการณ์และถูกพูดถึง

โดยอันดับ 1 ได้แก่ข่าว สถานการณ์มลพิษประเทศไทย 2559 ซึ่งพบว่า สถานการณ์คุณภาพน้ำส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์พอใช้ มีแนวโน้มดีขึ้น เนื่องจากประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตื่นตัวให้ความร่วมมือในการดูแลแหล่งน้ำมากขึ้น คุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งอยู่ในเกณฑ์ดี คุณภาพอากาศในภาพรวมค่าฝุ่นละอองในช่วง 10 ปีดีขึ้นเริ่มอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน การจัดการขยะมูลฝอยชุมชนเกิดขึ้นทั่วประเทศ 27.06 ล้านตัน(หรือ 74,130 ตันต่อวัน)โดยคนไทย 1 คน สร้างขยะโดยเฉลี่ย 1.14 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน ปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นได้รับการกำจัดอย่างถูกต้อง 9.75 ล้านตัน(ร้อยละ 36 ของปริมาณที่เกิดขึ้น)ของเสียอันตราย 3 ประเภท(ของเสียอันตรายชุมชน ของเสียอันตรายจากอุตสาหกรรม และมูลฝอยติดเชื้อ)เกิดขึ้นทั่วประเทศ 3.462 ล้านตัน โดยของเสียอันตรายชุมชน กำจัดได้ 64 ตัน ของเสียอันตรายจากอุตสาหกรรม จัดการได้ 1.12 ล้านตัน มูลฝอยติดเชื้อ ถูกส่งไปกำจัด 49,056 ตัน

อันดับ 2 คือข่าวปัญหาหมอกควันภาคเหนือ แนวโน้มดีขึ้น หลังจากพบปริมาณฝุ่นละอองจำนวนมากในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 พฤษภาคม 2560 พบปริมาณฝุ่นละอองเฉลี่ย 24 ชั่วโมงสูงสุดเท่ากับ 237 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

อันดับ 3 คือปัญหาขยะทะเล ซึ่งไทยถูกจัดให้อยู่ในประเทศที่มีปริมาณขยะทะเลมากเป็นอันดับ 6 จาก 192 ประเทศทั่วโลก โดยวารสาร Science ปี 2558 และจากข้อมูลของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ของมลพิษทางทะเล(Group of Expert on the Scientific Aspects of Marine Pollution: (GESAMP)ขององค์การสหประชาชาติ(United Nations)พบว่า“ขยะทางทะเล” เกิดจากกิจกรรมบนบกร้อยละ 80 เกิดจากกิจกรรมในทะเลเพียงร้อยละ 20 เกิดมาจากการทิ้งขยะตามบ้านเรือนชุมชน นักท่องเที่ยว การประกอบอาชีพทางทะเล และจากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ

อันดับที่ 4.ยกเลิกใช้แคปซีลหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม ทำให้ลดปริมาณขยะลงไปได้เป็นจำนวนมาก จากสัดส่วนการใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม หรือ แคปซีล ร้อยละ 60 หรือประมาณ 2,600 ล้านขวดต่อปี ซึ่งก่อให้เกิดขยะพลาสติก 2,600 ล้านชิ้นต่อปี คาดว่าภายในปีนี้จะสามารถลดการใช้แคปซีลหุ้มฝาขวดน้ำดื่มในประเทศไทยได้มากกว่าร้อยละ 80

อันดับที่ 5.ภัยเงียบพื้นที่อับอากาศ หลังนักศึกษาพลัดตกบ่อพักน้ำเสียของบริษัทเอกชน และมีคนงานลงไปช่วยอีก 4 คน ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 5 คน จากก๊าซไข่เน่าหรือไฮโดรเจน ซัลไฟด์ ที่เกิดจากการหมักหมมของสารอินทรีย์ในช่วงที่เปิดปากบ่อจะมีความเข้มข้นสูง

อันดับที่ 6.มนุษย์ดมกลิ่น โดย คพ.ทดสอบขึ้นทะเบียนผู้ดมกลิ่นเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจวิเคราะห์ ค่าความเข้มกลิ่นที่เก็บตัวอย่างมาจากแหล่งกำเนิดมลพิษ โดยการขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ทดสอบกลิ่นของกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะมีอายุคราวละ 1 ปี โดยปี 2560 มีบัญชีรายชื่อผู้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทดสอบกลิ่นครบทุกภูมิภาค รวมทั้งสิ้น จำนวน 471 คน

อันดับที่ 7.บ่อน้ำเสียโรงงานเอทานอลพังทลาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 ต.ค.2560 บ่อกักเก็บน้ำกากส่าของโรงงานไทยอะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด(มหาชน)พังทลาย ประกอบกับเกิดฝนตกหนักหลายชั่วโมง ทำให้เกิดน้ำไหลบ่าทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ในตำบลหนองมะค่าโมง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี และไหลลงสู่ห้วยกระเสียว และแม่น้ำท่าจีน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้มีคำสั่งให้ปิดโรงงานดังกล่าวเป็นเวลา 45 วันเพื่อปรับปรุงบ่อบำบัดน้ำเสีย และบริษัทได้รับผิดชอบชดเชยความเสียหายทั้งหมด

อันดับที่ 8.ประชารัฐร่วมใจ แยกทิ้งขยะอันตราย ความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน ในการเก็บรวบรวมของเสียอันตรายจากชุมชน ซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นำร่อง 5 ประเภท ได้แก่ แบตเตอรี่มือถือ ซากโทรศัพท์มือถือ ถ่านไฟฉาย หลอดฟูออเรสเซนต์ และภาชนะปนเปื้อนที่เป็นอันตราย อาทิ กระป๋องสเปรย์และนำไปทิ้งที่จุดทิ้งของเสียอันตราย(จุด Drop off)เพื่อให้กรุงเทพมหานครเก็บรวบรวมนำไปกำจัดอย่างถูกต้อง

อันดับที่ 9.มาตรการเชิงรุกเพื่อคลองแสนแสบใสสะอาด โดยเข้าตรวจสอบการระบายน้ำทิ้งจากสถานประกอบการในพื้นที่ริมคลองแสนแสบ ครอบคลุมพื้นที่ 21 เขต ในกรุงเทพฯ พบผู้ประกอบการระบายน้ำทิ้งเกินค่ามาตรฐาน 412 แห่ง และมีสถานประกอบการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษ จำนวน 75 แห่ง คพ.ได้การดำเนินการบังคับใช้กฎหมายปรับรายวันแล้ว 49 แห่ง โดยการปรับมีโทษสูงสุดในอัตรา 2,000 บาท/วัน จนกว่าจะปรับปรุงแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียให้บำบัดน้ำทิ้งตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด

อันดับที่ 10.ฟื้นฟูคุณภาพน้ำในคลองเมืองเชียงใหม่ โดย คพ.ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ ได้กำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและให้เกิดความยั่งยืนโดยเสนอให้ก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียเพิ่มเติมแบ่งการดำเนินงานแก้ไขปัญหาเป็น 3 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วน ระยะสั้น ระยะยาว โดยให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม มีการปลูกฝังและกระตุ้นจิตสำนึกให้ทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกันในดูแลรักษา และฟื้นฟูน้ำแม่ข่าอย่างยั่งยืน

แหล่งที่มา : http://news.ch3thailand.com


^ top




< back




E-SQUARE ENVIRONMENT & ENGINEERING CO., LTD.
16 Soi Ramkhamhaeng 81/1, Ramkhamhaeng Rd.,Huamak,Bangkok 10240 Thailand [view map]
Tel: 0-2374-0245-7 Fax: 0-2374-0248 e-mail: welcome_to@esquare-th.com

Copyright © 2005
esquare-th.com All Rights Reserved