16 กันยายน 2563
16 กันยายน วันโอโซนโลก


16 กันยายน วันโอโซนโลก โล่ป้องกันโลกจากรังสีอาทิตย์ ร่วมมือกันปกป้องชั้นโอโซน ปกป้องโลก

วันโอโซนโลกมีการเฉลิมฉลองทุกปีในวันที่ 16 กันยายน ค.ศ. 1987 (พ.ศ.2528) เป็นวันที่ให้ความสำคัญกับบรรยากาศโลกชั้นโอโซน ซึ่งมันมีบทบาทสำคัญในสภาพแวดล้อม องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันนี้เป็นวันที่สะท้อนให้เห็นถึงการลดลงของชั้นบรรยากาศโอโซน มีกิจกรรมมากมายที่จัดโดยองค์กรต่างๆ เพื่อชี้ให้เห็นถึงการลดลงของชั้นบรรยากาศโอโซน เช่น การรณรงค์เลิกใช้กระป๋องสเปรย์ เลิกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีสาร CFCs ประหยัดไฟฟ้า ช่วยกันปลูกต้นไม้ ลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง เดินทางด้วยยานพาหนะสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า รถประจำทางให้มากขึ้น

#โอโซนคืออะไร
ชั้นโอโซน (อังกฤษ: zone layer) เป็นส่วนหนึ่งชั้นบรรยากาศของโลกที่ประกอบด้วยโอโซนในปริมาณมาก ชั้นโอโซนช่วยดูดซับรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ประมาณ 97-99% ของรังสีทั้งหมดที่แผ่มายังโลก

โอโซนคือรูปแบบพิเศษของออกซิเจน ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ในชั้นของบรรยากาศชั้นบนๆ ชั้นโอโซนนี้มีความสำคัญและมีประโยชน์ต่อโลก

ชั้นโอโซนอยู่ห่างจากผิวโลก ประมาณ 20 ไมล์ โดยอยู่ในบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์ ชั้นโอโซนจะช่วยป้องกันไม่ให้รังสีอุลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ส่องมาถึงโลกของเรา ดวงอาทิตย์ทำให้ชีวิตบนโลกดำรงอยู่ได้ ความอบอุ่นและพลังงานของดวงอาทิตย์ ส่งผลต่อดิน น้ำ อากาศ และสิ่งมีชีวิตทุกอย่าง แต่ดวงอาทิตย์ทำให้เกิดรังสีที่เป็นอันตรายต่อชีวิตด้วย

ชั้นโอโซนมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทำหน้าที่เป็นเกราะคุ้มกัน ปกป้องพืชและสัตว์จากรังสีที่เป็นอันตรายของดวงอาทิตย์

ดังนั้น เมื่อใดที่โอโซนบางลงเราก็ได้รับการปกป้องน้อยลงด้วย เราเรียกรังสีที่เป็นอันตรายจากดวงอาทิตย์ว่า อุลตราไวโอเลต เป็นรังสีที่ไม่สามารถมองเห็นได้ หากมีปริมาณน้อยรังสีอุลตราไวโอเลตจะปลอดภัยและมีประโยชน์

โดยช่วยให้ร่างกายของเราได้รับวิตามินอี แต่รังสีอุลตราไวโอเลตที่มากเกินไป เป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวหนังของเราอักเสบเนื่องจากแพ้แดด

ปริมาณของรังสีอุลตราไวโอเลตจำนวนมาก อาจทำให้ผิวหนังเกิดอาการอักเสบรุนแรง เกิดโรคผิวหนังและปัญหาเกี่ยวกับดวงตา รังสีอุลตราไวโอเลตยังลดความสามารถของร่างกายมนุษย์ ในการต่อสู้กับโรคต่างๆ นอกจากนี้ รังสีอุลตราไวโอเลตปริมาณมากยังทำลายพืชในไร่และต้นพืชเล็กๆ ในทะเลซึ่งเป็นอาหารของปลา หากต้องไปอยู่ท่ามกลางแสงแดด ควรทาครีมป้องกันผิว ครีมทาผิวเหล่านี้จะมีตัวเลขบอก ปริมาณการปกป้องผิวจากรังสีอุลตราไวโอเลตได้

#ประวัติวันโอโซนโลก
เกิดจากการที่นานาประเทศได้ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม จึงได้ร่วมกันจัดทำอนุสัญญาการป้องกันชั้นบรรยากาศโอโซน ขึ้นในปี ค.ศ. 1985 (พ.ศ. 2528) เรียกว่า "อนุสัญญาเวียนนา และ "พิธีสารว่าด้วยการเลิกใช้สารทำลายชั้นโอโซน" ขึ้น และ ในปี ค.ศ.1987 (พ.ศ. 2530) ได้จัดให้มีการลงนาม เรียกว่า "พิธีสารมอลทรีออล"

สาระสำคัญของอนุสัญญาเวียนนา นับว่าเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่มุ่งมั่นในการพิทักษ์ชั้นโอโซน และเป็นเครื่องมือทางกฎหมายข้อแรกที่กลายเป็นรูปแบบของการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมร่วมกัน ปัจจุบันมีประเทศที่ร่วมให้สัตยาบันแล้วรวม 191 ประเทศ พิธีสารมอนทรีออลกับการช่วยปกป้องมนุษยชาติ

พิธีสารมอนทรีออล กำหนดให้ประเทศภาคีสมาชิก ลดและเลิกการผลิตและการใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน โดยเป็นการลดในรูปแบบขั้นบันได เพื่อให้ไม่ให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประเทศภาคีสมาชิกทั่วโลก

หากไม่มีพิธีสารมอนทรีออลฉบับนี้ ชั้นบรรยากาศโอโซนที่คอยช่วยกรองรังสียูวีที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกจะถูกทำลายลง โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติได้ประเมินไว้ว่า หากพิธีสารมอนทรีออลไม่ได้ถูกจัดตั้งขึ้น จำนวนคนเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งผิวหนังในอีก 40 ปีข้างหน้า จะเพิ่มขึ้นสูงถึง 19 ล้านคนทั่วโลก และ 130 ล้านคนจะเป็นโรคตาต้อกระจก แม้ว่าระยะเวลาดังกล่าวจะดูเหมือนค่อนข้างนาน แต่ด้วยการเจริญเติบโตทางอุตสาหกรรม สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนจะยิ่งถูกผลิตมากขึ้นและนำไปใช้ในปริมาณมาก ปฏิกิริยาการทำลายโอโซนก็จะยิ่งสูงขึ้นเช่นกัน

นอกจากนี้ พิธีสารมอนทรีออลยังมีส่วนในการช่วยชะลอปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศไปอีก 10 ปี กล่าวคือ หากไม่มีพิธีสารดังกล่าว โลกจะเผชิญกับปัญหาการแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศเร็วขึ้นอีก 10 ปี

สำหรับประเทศไทยได้ร่วมลงนามในพิธีสารนี้ เมื่อวันที่ 15 กันยายน ค.ศ.1988 (พ.ศ. 2531) และให้สัตยาบัน เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ค.ศ.1989 (พ.ศ. 2532) มีผลบังคับใช้ต่อประเทศไทยเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ.1989 (พ.ศ. 2532)

#วัตถุประสงค์เป้าหมายวันโอโซนโลก
1. เพื่อกระตุ้น ให้ประเทศปฏิบัติต่ออนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก
2. เพื่อช่วยกันลดใช้สาร CFC และสารฮาลอนซึ่งเป็นตัวทาลายบรรยากาศโอโซนในชั้นบรรยากาศ

#สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน
สาร CFC (Chlorofluorocarbon) รวม 5 ชนิดและสารฮาลอน (Holon) 3 ชนิด รวมสารควบคุมทั้งสิ้น 8 ชนิด ซึ่งสารเหล่านี้ถูกใช้ในอุตสาหกรรมหลายประเภท เช่น สารทำความเย็นในตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ ใช้เป็นก๊าซสำหรับเป่าโฟม และเป็นฉนวนในโฟมรวมทั้งใช้เป็นตัวทำละลายในการทำความสะอาด ล้างคราบไขมัน สิ่งสกปรกในชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หรือแม้แต่สารที่อยู่ในกระป๋องสเปรย์ ผลของพิธีสารในขั้นต้นสารเคมีที่ถูกควบคุม คือ สารฮาลอนใช้เป็นสารดับเพลิงในอุปกรณ์ป้องกัน และระงับอัคคีภัยซึ่งการใช้สาร CFC ก็มีมากในการอุตสาหกรรม นั่นคืออุตสาหกรรมยิ่งพัฒนา ก็จะมีการทำลายโอโซนกันมากเท่านั้น

สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน คือ สารเคมีที่มีองค์ประกอบพื้นฐานอย่าง คลอรีน ฟลูออรีน หรือโบรมีน ซึ่งมีศักยภาพในการทำปฏิกิริยากับโมเลกุลโอโซนที่อยู่ในชั้นบรรยากาศให้เกิดการแตกตัว สารทำลายโอโซนที่เรารู้จักกันดีก็คือ สารคลอโรฟลูออโรคาร์บอน หรือ สารซีเอฟซี (CFCs) ซึ่งใช้เป็นสารทำความเย็นในระบบปรับอากาศรถยนต์ ตู้เย็น ตู้แช่ เป็นต้น ส่วนสารทดแทนสารซีเอฟซี คือ สารไฮโดรคลอโรฟลูออโรคาร์บอน หรือ เอชซีเอฟซี (HCFCs) ใช้เป็นสารทำความเย็นในระบบปรับอากาศ และการผลิตโฟม ซึ่งยังคงเป็นสารทำลายโอโซนเช่นเดียวกัน แม้จะในปริมาณน้อยกว่าก็ตาม

ส่วนสารทำลายโอโซนอื่นๆ ก็จะมีอย่างเช่น สารฮาลอน ใช้เป็นสารดับเพลิง, สารเมทิลคลอโรฟอร์ม ใช้ในการทำความสะอาดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, สารคาร์บอนเตตระคลอไรด์ ใช้เป็นสารทดสอบในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ และสารเมทิลโบรไมด์ ที่ใช้ในการฆ่าแมลงกำจัดศัตรูพืช

#รูโหว่โอโซน #ความร่วมมือของโลกทำให้รูโหว่นี้ลดลงและกำลังหายไป

สาร CFCs ที่ถูกปล่อยจากผลิตภัณฑ์ต่างๆ นี้ส่งผลให้เกิดรูโหว่โอโซนในบริเวณขั้วโลก แต่ด้วยความร่วมมือกันของโลกใน Montreal Protocal ปี ค.ศ. 1987 ร่วมแบนการปล่อยสารนี้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

โดยรายงานจาก United Nation เผยว่ารูโหว่โอโซนในแอนตาร์กติกากำลังฟื้นตัวดีขึ้น เล็กลง และอาจจะปิดในไม่กี่มีข้างหน้า

จากเรื่องนี้เผยให้เห็นว่าหากเราร่วมมือกันอย่างจริงจัง เราจะสามารถช่วยโลกได้อย่างมาก

#เราจะทำอะไรเพื่อช่วยโลกได้บ้าง
แม้จะมีสนธิสัญญาเพื่อลดและเลิกการใช้สาร CFC แล้ว แต่สาร CFC ยังจำเป็นต่ออุตสาหกรรมบางชนิด จึงยังมีการใช้สาร CFC กันอยู่ต่อไป ก๊าซโอโซนก็ยังคงถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลกระทบเป็นภาวะโลกร้อนอย่างที่มนุษย์เรากำลังเผชิญอยู่ทุกวันนี้ เราในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของโลกจะสามารถช่วยลดสาร CFC ได้โดย

1. เลือกซื้อ และใช้เครื่องปรับอากาศที่มีสัญลักษณ์ Non CFCs
2. หมั่นตรวจเช็กระบบแอร์รถยนต์ในอู่ที่ได้มาตรฐาน รวมทั้งหมั่นล้างทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศในบ้าน
3. ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกชนิดหนึ่งที่ปล่อยสาร CFC ที่จะออกมาทำลายชั้นโอโซนได้ ดังนั้น ควรเปลี่ยนตู้เย็นที่ใช้มานานกว่า 10 ปี และไม่เปิดตู้เย็นบ่อย เพราะจะทำให้ระบบทำความเย็นทำงานหนัก
- เลิกใช้อุปกรณ์ที่เป็นลักษณะกระป๋องสเปรย์ รวมทั้งวัสดุที่ทำจากโฟมทั้งหลาย ซึ่งมีสาร CFC เป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิต และวัสดุเหล่านี้ยังย่อยสลายได้ยากอีกด้วย

>>16 กันยายน วันโอโซนโลก<<

ร่มธรรม ขำนุรักษ์
Environman

ที่มา: https://www.facebook.com/environman.th/


^ top




< back




E-SQUARE ENVIRONMENT & ENGINEERING CO., LTD. (HEAD OFFICE)
16 Soi Ramkhamhaeng 81/1, Ramkhamhaeng Rd.,Huamak, Bangkok 10240 Thailand [view map]
Tel: +66(0)-2374-0245-7 Fax: +66(0)-2374-0248 e-mail: welcome_esquare@yahoo.com

E-SQUARE FC "One Partner for All Your Problems"


Copyright © 2005
esquare-th.com All Rights Reserved