16 กันยายน 2563
เดี๋ยวมันก็เย็นขึ้น คุณรอดู ผมว่าวิทยาศาสตร์ไม่รู้อะไร ทรัมป์กล่าว


"เดี๋ยวมันก็เย็นขึ้น คุณรอดู ผมว่าวิทยาศาสตร์ไม่รู้อะไร" ทรัมป์กล่าวขณะเยือนแคลิฟอร์เนีย ที่เผชิญไฟป่ารุนแรง ผู้ว่ารัฐชี้เพราะโลกร้อน ทรัมป์ชี้ต้องจัดการเศษซากใบไม้

เป็นเวลาเกือบเดือนที่ไฟป่าในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ระอุขึ้นและลามไปทั่วเหนือและใต้ทางชายฝั่งตะวันตกของประเทศ กินพื้นที่เกือบ 9 ล้านไร่ของรัฐ ส่งผลให้ผู้คนต้องอพยพและท้องฟ้ากลายเป็นสีแดงเหมือนในภาพยนตร์ที่หายนะกำลังมาเยือนโลก โดยมีผู้คนเสียชีวิตแล้วกว่า 33 คน

ทว่า ประธานาธิบของสหรัฐอเมริกาที่ตอนนี้ใกล้หมดวาระ และกำลังรอการเลือกตั้งครั้งใหม่อย่าง Donald Trump กลับเพิ่งมาเคลื่อนไหวเรื่องประเด็นไฟป่านี้เมื่อวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา หลังจากที่ทำเนียบแถลงการณ์ว่าเขาจะลงไปที่แคลิฟอร์เนียเพื่อสำรวจเหตุการณ์

ซึ่งในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา Trump ได้ลงพื้นที่อุทยาน McClellan รัฐ California และหารือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลท้องถิ่นหลายคนนำโดย Gavin Newsom ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย เกี่ยวกับวิกฤติไฟป่าครั้งใหม่

ซึ่งก่อนหน้านี้ทางด้าน Gavin Newsom ผู้ว่าการรัฐเผยว่าไฟป่าที่เลวร้ายอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้ มีส่วนหนึ่งเป็นผลพวงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ "ไม่ต้องถกเถียงกันอีกแล้ว นี่คือภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศ คุณสามารถมาดูด้วยตาคุณเอง"

ในระหว่างการหารือ Newsom ได้ย้ำว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง (Climate Change) มันทำให้การจัดการไฟป่านั้นยากขึ้นด้วย

Wade Creosoot เลขานุการกรมทรัพยากรป่าไม้ของแคลิฟอร์เนียก็เสนออีกว่า “เราเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงมากในหน้าร้อนนี้ และหน้าหนาวที่อุ่นขึ้น เราต้องการทำงานกับคุณเพื่อย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และผลที่จะเกิดขึ้นกับป่าไม้ของเรา และก็อยากที่จะทำงานร่วมกันด้วยหลักวิทยาศาสตร์”

เขาเสริมว่า “วิทยาศาสตร์นั้นเป็นปัจจัยหลักเพราะถ้าเราละเลยมัน และมัวแต่ไปคิดถึงเรื่องที่ดินและการจัดการพื้นที่ป่าไม้ เราจะไม่สามารถช่วยเหลือชาวแคลิฟอร์เนียสำเร็จได้”

ทว่าทางด้าน Trump เมื่อได้ยินดังนั้น เขาตอบกลับอย่างชัดเจนว่า “มันจะเย็นขึ้น คุณคอยดูแล้วกัน”

Crowfoot เมื่อได้ยินจึงตอบกลับว่า “ผมก็หวังให้วิทยาศาสตร์จะเห็นด้วยกับคุณในข้อนั้น”

Trump จึงโต้ว่า “ผมไม่คิดว่าวิทยาศาสตร์รู้อะไรที่จริงแล้ว”

สำหรับ Trump แล้วเขาคิดว่าการจัดไฟป่าที่ดีก็คือการจัดการพื้นที่ป่าไม้ เขาพูดว่า “เมื่อต้นไม้ล้มตายมันจะแห้ง และเป็นเหมือนไม้ขีดไฟ ที่จะสามารถระเบิดได้ อีกทั้งใบไม้ ถ้าคุณมีใบไม้ที่แห้งเต็มพื้นไปหมดมันก็เหมือนเป็นเชื้อเพลิงให้เกิดไฟ"

“ลองไปที่ยุโรป พวกเขามีวิธีการจัดการที่ดีมาก และพวกเขาก็ไม่เคยประสบกับปัญหาของต้นไม้อย่างที่เรามีในแคลิฟอร์เนีย ลองไปหลายๆ ประเทศ ผมเคยไปพูดคุยกับผู้นำจากหลายประเทศ พวกเขาพูดว่า พวกเขามองว่าตัวเองเป็นประเทศป่าไม้ พวกเขามีต้นไม้ที่พร้อมที่จะระเบิดมากกว่าในแคลิฟอร์เนีย แต่พวกเขาก็ไม่เคยเจอปัญหานั้น”

'You go to Europe,' he said. 'They're very, very strong on management, and they don't have a problem. They really don't have, with, as they say, more explosive trees than we have in California.'

'You go to many different countries. I was talking to the head of a foreign country and they said, 'We consider ourselves a forest nation. We have trees that are far more explosive than they have in California and we don't have that problem,' he noted.

ฝั่ง Newsom เขาเห็นด้วยกับ Trump ว่าการจัดการพื้นที่ป่าไม้ก็อาจจะช่วยได้ แต่เขายังยืนยันว่าประเด็นเรื่องสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปของโลก ประเด็นที่ Trump เคยปฏิเสธมาตลอดนั้น ส่งผลต่อไฟป่าจริงๆ

“เมื่อประมาณเดือนที่แล้ว พวกเราต้องเผชิญกับสายฟ้าที่ผ่าลงมากว่า 14,000 ครั้ง ในเวลาแค่ 3 วัน มีพื้นที่ไฟป่ากว่า 1,100 จุดในเดือนที่แล้ว 7 ล้านกว่าไร่แค่ใน 30 วัน มันเป็นอะไรที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของรัฐแคลิฟอร์เนีย” Newsom กล่าว

หลังจากการหารือ Trump บินไปต่อที่รัฐ Arizona เพื่อไปหาเสียงสำหรับการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ และไม่ได้ลงดูพื้นที่ไฟป่าต่อ

สำหรับเรื่องโลกร้อนนี้ ต้องบอกก่อนว่า Trump ค่อนข้างจะเห็นต่าง ก่อนหน้านี้ Trump เคยถอนสหรัฐอเมริกาออกจากความตกลง Paris Agreement ที่ว่าด้วยการให้หลายๆ ชาติร่วมกันต่อสู้เพื่อแก้ไขปัญหาสภาพอาศที่เปลี่ยนแปลง (Climate Change) ด้วยเหตุผลที่ว่ามันทำลายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

และก็เคยทวีตข้อความเกี่ยวกับ Greata Thunberg ว่า “มันไร้สาระมาก ธันเบิร์กต้องแก้ปัญหาการจัดการอารมณ์โกรธของเธอเอง และไปหาภาพยนตร์เก่าดีๆ สักเรื่องดูกับเพื่อนเพื่อผ่อนคลายบ้าง”

ตอนนี้สถานการณ์ไฟป่าในแคลิฟอร์เนียของสหรัฐถือว่ากำลังย่ำแย่ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ยังคงติดอันดับหนึ่งของโลก เราคงต้องคอยมาดูกันว่าวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ การเลือกตั้งผู้นำประเทศครั้งใหม่ของอเมริกาจะมีผลมาในแนวไหนและจะสามรถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญได้หรือเปล่า

ที่มา: https://www.facebook.com/environman.th/


^ top




< back




บริษัท อี-สแควร์ สิ่งแวดล้อมและวิศวกรรม จำกัด (สำนักงานใหญ่)
16 ซอยรามคำแหง 81/1 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240 [ดูแผนที่ตั้งบริษัท]
โทรศัพท์: 0-2374-0245-7 โทรสาร: 0-2374-0248 อีเมล: welcome_to@esquare-th.com

E-SQUARE FC "One Partner for All Your Problems"


Copyright © 2005
esquare-th.com All Rights Reserved