16 กันยายน 2563
สรุป #คัดค้านนำเข้าเศษพลาสติก ที่มาที่ไป ทำไมไทยยังจะนำเข้า??


สรุป #คัดค้านนำเข้าเศษพลาสติก ที่มาที่ไป ทำไมไทยยังจะนำเข้าบ้าหรือเปล่า ไหนบอกว่าแบนไปแล้ว วันนี้ลุงมาสรุปให้ฟังจ้า

1. ปลายเดือนกันยายน 2017 ประเทศจีนยื่นต่อองค์การการค้าโลก ว่าจะใช้นโยบาย China's “National Sword" หรือการแบนการนำเข้าขยะอย่างเด็ดขาด ในวัน 1 มกราคม 2018

2. ขยะมีทั้งแบบที่แบน 100% เช่น ขยะอิเล็กทรอนิกส์ เศษพลาสติก หรือแบบที่จำกัดโควต้าเช่น เศษกระดาษ

3. ผลของการประกาศทำให้ราคาขยะทั่วโลกผันผวนทันที เช่น ราคาเศษกระดาษตกลงครึ่งนึงในวันเดียว เพราะจีนเป็นผู้นำเข้าขยะรายใหญ่ที่สุดของโลก หรือเกือบครึ่งนึงของขยะทั้งหมด เมื่อไม่มีคนซื้อของก็เลยล้นตลาด

4. ผลกระทบที่มากที่สุดจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งโดยปกติเรือขนสินค้าจากจีนมาสหรัฐอเมริกาก็จะขนขยะกลับไปด้วยเพื่อไม่ให้เสียเที่ยว พอไม่มีที่ขาย ราคาขยะในอเมริกาจึงร่วงอย่างหนัก บางอย่างถึงกับมีมูลค่า 0 เหรียญ คือขนไปฟรีๆ ก็ยอม

5. ว่ากันว่า นโยบายนี้ของจีนอาจจะเป็นจุดเร่ิมต้นของสงครามการค้าที่ยืดเยื้อมาถึงปัจจุบัน

6. นอกจากนี้ในประเทศจีนเอง โรงงานรีไซเคิลก็ถูกตรวจตราเข้มข้นมากขึ้น โรงงานที่ไม่มีมาตรฐานก็ถูกสั่งปิดไปจนเกือบหมด

7. ขยะที่ลอยเคว้งอยู่บนเรือยังไงก็ต้องหาที่ลงให้ได้ และมันจะเป็นที่ไหนถ้าไม่ใช่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทำเลเหมาะสมที่สุด ประกอบกับนายทุนชาวจีนที่ไม่สามารถทำธุรกิจที่ประเทศตนได้จึงทำการย้ายฐานการผลิตมาด้วย

8. ปริมาณขยะนำเข้าของ อินโนนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และไทย พุ่งขึ้นหลายร้อยเปอร์เซ็นต์

9. เดือนมิถุนายนปี 2018 เกิดข่าวดังเมื่อตำรวจและทหารไทยบุกตรวจตู้คอนเทนเนอร์นำเข้า พบเป็นเศษพลาสติกกว่า 2 หมื่นตัน ซึ่งมีทั้งที่เป็นเศษพลาสติกสะอาดและพลาสติกที่สกปรกไม่ได้ผ่านการคัดแยก

10. หลังจากนั้นได้มีการขยายผลอื่นๆ และเข้าตรวจโรงงานที่นำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์พบขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากและได้สั่งปิดโรงงานไป

11. ในขณะที่ประเทศอื่นๆ อย่างมาเลเซียและอินโดนีเซียประกาศอย่างแข็งกร้าวว่าไม่รับขยะจากต่างประเทศ จนมีประเด็นการส่งตู้คอนเทนเนอร์คืน รวมถึงขู่ว่าจะเอาไปทิ้งลงทะเลถ้าไม่มีใครรับไป

12. รัฐบาลไทยขณะนั้นซึ่งยังเป็นรัฐบาลคสช. ประกาศให้ขยะเป็นวาระแห่งชาติ จึงได้ตั้ง "คณะอนุกรรมการเพื่อบูรณาการการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกที่นำเข้าจากต่างประเทศ"

13. คณะอนุกรรมการชุดนี้ได้ตกลงให้ออกกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาการนำเข้าขยะ โดยขยะเทศบาลให้ห้ามนำเข้า 100% ขยะอิเล็กทรอนิกส์ห้ามนำเข้า 100% (422 รายการ)

14. แต่เศษพลาสติกเนื่องจากมีกฎหมายควบคุมอยู่แล้วคือ การขอนำเข้าทุกครั้งจะต้องทำการขอโควต้ากับกระทรวงอุตสาหกรรมเสมอ จึงได้กำหนดแผนคร่าวๆ เอาไว้สามปี โดยให้ปีแรก 2018 ให้นำเข้า 70,000 ตัน ปี 2019 ให้นำเข้า 40,000 ตัน และปี 2020 ไม่ให้นำเข้าอีก

15. แต่ไม่รู้ควบคุมกันอย่างไร ตัวเลขการนำเข้าจริงกับพุ่งทะลักหลายเท่า โดยปี 2018 นำเข้า 552,912 ตัน ปี 2019 นำเข้า 280,858 ตัน ในขณะก่อนหน้านี้ปี 2016 ปีที่จีนยังไม่ประกาศนโยบายมีการนำเข้าทั้งปีเพียง 69,506 ตัน

16. กระทรวงอุตสาหกรรมให้ข้อมูลภายหลังว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นโควต้าตกค้างที่โรงงานต่างๆ เคยขอเอาไว้ก่อนหน้าแล้ว และโควต้าทั้งหมดจะหมดในเดือนกันยายนปี 2020

17. แต่ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ยังเคยออกมาเรียกร้องให้กำหนดโควต้าให้ไม่เกิน 10,000 ต่อเดือน เพราะมีการนำเข้าผิดกฎหมาย ถึง 100,000 ตัน/เดือน

18. เรื่องเหมือนจะซาๆ เพราะมีการเลือกตั้งและคณะอนุกรรมการชุดเก่าหมดวาระ ต่อมาจึงได้มีการตั้ง "คณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์" ชุดใหม่ขึ้นมาแทน

19. ในเดือนสิงหาคม 2020 มีการจัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็น โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้ทำการรวบรวมความต้องการของโรงงานพลาสติกในการนำเข้า จำนวน 31 โรง พบว่าต้องการโควต้าทั้งสิ้น 650,000 ตัน ด้วยเหตุผลที่ว่า ขยะในประเทศไม่พอใช้+ราคาแพง+คุณภาพไม่ดี

20. ได้มีการคัดค้านและเรียกร้องหลายทาง จนกระทั้งวันที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมาจึงมีการประชุมพิจารณาเรื่องนี้ และตัวเลขที่เสนอก็ยังเป็น 650,00 ตันซึ่งเยอะที่สุดเท่าที่ไทยเคยนำเข้ามา ซึ่งในเบื้องต้นประธานอนุกรรมการ ยังไม่อนุมัติและให้ไปทำข้อมูลความต้องการมาใหม่

21. NGOs และองค์กรต่างๆ มากกว่า 65 องค์กร เห็นท่าไม่ดี เพราะตัวเลขแทนที่จะน้อยลงจนถึงห้ามนำเข้าเลย ผ่านไป 3 ปี กลับขอเยอะขึ้น จึงรวมตัวกันเพื่อยื่นข้อเรียกร้องอย่างเป็นทางการ

22. หลังจากเป็นกระแส กรมโรงงานจึงออกมาชี้แจงว่า ไม่ได้มีนโยบายสนับสนุนให้มีการนำเข้าเศษพลาสติกจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศ เป็นเพียงการให้ข้อมูลความต้องการนำเข้าจากเอกชนเท่านั้น เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคณะอนุกรรมการ และกระทรวงพาณิชย์ที่จะกำหนดกฎเกณฑ์

23. เรื่องนี้ยังไม่จบและคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า คณะอนุกรรมการจะตัดสินใจยังไง แบน100% หรือ กำหนดเงื่อนไขนำเข้า หรือจะอนุญาตให้นำเข้า และสุดท้ายประเทศไทยจะกลายเป็นถังขยะให้โลกนี้หรือไม่ รอติดตาม

#เพจลุงซาเล้งกับขยะที่หายไป

ที่มา: https://www.facebook.com/3WheelsUncle/


^ top




< back




บริษัท อี-สแควร์ สิ่งแวดล้อมและวิศวกรรม จำกัด (สำนักงานใหญ่)
16 ซอยรามคำแหง 81/1 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240 [ดูแผนที่ตั้งบริษัท]
โทรศัพท์: 0-2374-0245-7 โทรสาร: 0-2374-0248 อีเมล: welcome_to@esquare-th.com

E-SQUARE FC "One Partner for All Your Problems"


Copyright © 2005
esquare-th.com All Rights Reserved